“SANSIRI x SCB WEALTH” ยกระดับ Wealth–Living Ecosystem

0
13

แสนสิริ (SIRI) ผู้นำอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี ร่วมกับ SCB WEALTH ผู้นำธุรกิจบริหารความมั่งคั่งของประเทศไทย เปิดตัว “SANSIRI x SCB WEALTH Curated with WEALTH-MASTERY” เชื่อมต่อ Wealth Ecosystem ผสานความเชี่ยวชาญด้าน Wealth Advisory เข้ากับโลกของ Luxury Living ยกระดับ Seamless Wealth Experience ที่ตอบโจทย์ลูกค้า ทั้งด้านการบริหารสินทรัพย์ การลงทุนหรือการอยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตระดับเวิลด์คลาสไว้ใน ecosystem เดียวกัน พร้อมส่งมอบบริการและเอกสิทธิ์แบบครบวงจร มุ่งสร้าง New Benchmark ใหม่ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจบริหารความมั่งคั่งของไทย ภายใต้กลยุทธ์ The Ultimate Synergy

SANSIRI x SCB WEALTH Curated with WEALTH-MASTERY

เชื่อมต่อ Wealth และ Living Ecosystem ครั้งแรกในไทย

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ลูกค้าแสนสิริที่ซื้อที่อยู่อาศัยในกลุ่ม Sansiri Luxury Collection และโครงการระดับลักซ์ชัวรีที่เข้าร่วมรายการกว่า 37 โครงการบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม และทาวน์โฮมทั่วประเทศ อาทิ แบรนด์ นาราสิริ, เศรษฐสิริ, ณรินสิริ และ VIA และได้รับอนุมัติและเบิกใช้วงเงินสินเชื่อกับธนาคารไทยพาณิชย์ จะได้รับเอกสิทธิ์และโซลูชันบริหารความมั่งคั่งแบบครบวงจรจาก SCB WEALTH ที่ออกแบบมาอย่างครอบคลุมใน 3 มิติสำคัญ ที่เชื่อมโยงทั้งเรื่องการอยู่อาศัย การลงทุน และการบริหารความมั่งคั่งเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Wealth Experience)

ลูกค้าจะได้รับเอกสิทธิ์ที่ออกแบบมาอย่างครอบคลุมใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่

  • Wealth Privileges อาทิ บริการที่ปรึกษาทางการเงินแบบองค์รวม (Wealth Advisory), โซลูชันการจัดพอร์ตการลงทุน (Portfolio Solution) และการวางแผนสภาพคล่อง (Liquidity Planning) ที่ตอบโจทย์เป้าหมายเฉพาะบุคคล
  • Living Privileges บริการและเอกสิทธิ์แบบครบวงจรจาก SCB WEALTH และ แสนสิริ อาทิ รับสิทธิ์ Sansiri Priority, SLC Life Curator ที่สุดของบริการลักซ์ชัวรีและประสบการณ์ไลฟ์สไตล์พริวิเล็จระดับเวิลด์คลาส ในเครือพันธมิตรจากแสนสิริ
  • Financial Benefits อาทิ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ โครงสร้างสินเชื่อที่ออกแบบเฉพาะ และข้อเสนอทางการเงินที่คัดสรรมาอย่างเหมาะสม

คุณอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน อสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรียังคงเป็นหนึ่งใน Core Wealth Asset Classes ที่ชนะเงินเฟ้อสามารถรักษามูลค่า (Value Preservation) และสร้างการเติบโตของมูลค่าในระยะยาว จากปัจจัยด้านความหายากของที่ดินและราคาที่ดินที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งกลุ่มลูกค้า Wealth ยังคงมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง และมองหาการทำ Flight to Quality อย่างชัดเจน  และไม่ได้หยุดลงทุน  โดยให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่เชื่อมั่น  เพราะตลาดลักซ์ชัวรีไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยราคา แต่ขับเคลื่อนด้วย ‘ความเชื่อมั่น’ และระบบนิเวศคุณภาพ

“การจับมือกับ SCB WEALTH นอกจากยกระดับด้าน Strategic Financial Partnership ที่จะสร้าง New Benchmark ใหม่ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจบริหารความมั่งคั่งของไทยแล้วยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าใช้ประโยชน์จาก Financial Leverage หรือการใช้เงินทุนธนาคารมาสร้างโอกาสที่คุ้มค่าสูงสุด พร้อมรับสิทธิประโยชน์ส่วนลดอัตราดอกเบี้ยตามระดับสินทรัพย์สูงสุด 0.3% สำหรับ 2 ปีแรก สำหรับสินเชื่อบ้าน SCB รวมถึงสร้าง World-Class Confidence Ecosystem เพื่อลดแรงเสียดทาน (Friction) ในการลงทุน ช่วยให้ลูกค้ารักษาสภาพคล่องและสามารถวางแผน Wealth Allocation หรือกระจายพอร์ตการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด”

คุณศรีอำไพ รัตนมยูร ประธานผู้บริหารสายงานการตลาด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า พฤติกรรมของลูกค้า Wealth ยุคใหม่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดยให้ความสำคัญกับ Access (การเข้าถึง), Experiences (ประสบการณ์) และ Exclusivity (ความเอ็กซ์คลูซีฟ) มากกว่าการถือครองสินทรัพย์หรือผลตอบแทนทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่คือ การลงทุนใน ‘Life Gain’ คุณภาพการใช้ชีวิตผ่านที่อยู่อาศัยที่ดี ซึ่งก็เหมือนกับการลงทุนสะสมความมั่งคั่งในระยะยาวรูปแบบหนึ่งเพื่อส่งต่อเป็นคุณค่าให้คนรุ่นต่อไปได้ โดยสามารถต่อยอดความมั่งคั่งได้ในทุก Life Stage ทั้งในมิติของการอยู่อาศัย การบริหารความมั่งคั่ง และประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมโยงเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ

ลูกค้า Wealth ต่ำกว่า 40 โตต่อเนื่อง ส่วน Ultra-HNWIs 50 ปีขึ้น ซื้อบ้านเพื่อเป็น Legacy Asset

ข้อมูลจากพอร์ตโฟลิโอกลุ่มลูกค้า Sansiri Priority กลุ่มลูกค้าลักซ์ชัวรีระดับบนสุดของแสนสิริ (ยอดซื้อขั้นต่ำ 80 ล้านบาท) ปัจจุบัน มีฐานลูกค้ากว่า 500 ราย ถือครองโครงการรวมมูลค่าสะสมกว่า 60,000 ล้านบาท มียอดซื้อเฉลี่ยสะสมสูงถึง 150 ล้านบาทต่อคน และมีอัตราการซื้อซ้ำสูงถึง 70% สะท้อนชัดว่า อสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมเป็น Prime Asset ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะเซ็กเมนท์ลักซ์ชัวรีที่สร้างผลตอบแทน Yield สูงถึง 6–9% ขับเคลื่อนด้วยลูกค้า 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไปหรือ Ultra-HNWIs ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยร่วมกันในครอบครัวใหญ่และส่งต่อเป็นมรดก (Legacy Assets) และกลุ่มอายุ 25-40 ปี หรือ Young Successor มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มองหาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทั้งเพื่ออยู่อาศัยและการต่อยอดลงทุน แต่อาจจะยังไม่ได้รับ Wealth Recognition หรือ โอกาสได้รับการดูแลและเอกสิทธิ์ระดับเดียวกับกลุ่ม Wealth อย่างเต็มรูปแบบ

คุณสารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการต่อยอดพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง  บนรากฐานความร่วมมือที่พัฒนาร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย การสนับสนุนภาคธุรกิจ และการร่วมพัฒนาโครงการคุณภาพ เพื่อส่งมอบประสบการณ์และดูแลลูกค้าในทุกมิติสำคัญของชีวิต เราเชื่อมั่นว่าการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร จะช่วยสร้างคุณค่าและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

คุณปรมาศิริ มโนลม้าย Head of High Net Worth and Affluent Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ทั้งในระดับโลกและประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในไทย ความมั่งคั่งของลูกค้าไม่ได้อยู่เพียงเงินฝากหรือพอร์ตการลงทุน แต่ยังกระจายอยู่ในธุรกิจครอบครัว อสังหาริมทรัพย์ และสินทรัพย์ทางเลือกหลายรูปแบบ ดังนั้น ผู้นำธุรกิจ Wealth Management ในอนาคตอาจไม่ใช่ธนาคารที่มีผลิตภัณฑ์มากที่สุด แต่คือองค์กรที่เข้าใจ “ชีวิต ความมั่งคั่ง และครอบครัว” ของลูกค้าได้ดีที่สุด ขณะเดียวกัน อสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นหนึ่งใน Core Asset Class สำคัญของลูกค้ากลุ่ม Wealth บ้านระดับลักซ์ชัวรีจึงไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็น Strategic Life Asset หรือ หนึ่งในบทสำคัญของ Wealth Journey

“SCB WEALTH จึงมุ่งยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการทางการเงิน สู่ Trusted Wealth Partner ผ่านแนวคิดการดูแลความมั่งคั่งแบบองค์รวม เพื่อส่งมอบ Seamless Wealth Experience ที่เชื่อมโยงทั้งมิติการลงทุน การบริหารทรัพย์สิน และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ เพราะ Wealth Management  ไม่ได้เป็นเพียงการบริหารพอร์ตลงทุน แต่คือการออกแบบความมั่งคั่งให้สอดคล้องกับชีวิตจริงของลูกค้า ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการร่วมออกแบบประสบการณ์เฉพาะบุคคล ด้วยเอกสิทธิ์เหนือระดับที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกมิติของชีวิต สะท้อนความมุ่งมั่น ‘Your Success. Our Success.’ ความสำเร็จของคุณ คือความสำเร็จของเรา อย่างแท้จริง”

*หมายเหตุ:

สำหรับลูกค้าที่โอนภายในระยะเวลาตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 – 30 มิถุนายน 2570*, *โอนกรรมสิทธิ์ตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาจะซื้อจะขาย โดยจะต้องไม่เกิน วันที่ 30 มิถุนายน 2570 รับสิทธิ์ประโยชน์จาก SCB WEALTH ณ วันโอนกรรมสิทธิ์

  • สำหรับสินเชื่อบ้าน กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ระหว่าง 3.93% – 4.37% ต่อปี