TQR กางแผนปี 69 เติบโตอย่างมีคุณภาพ-ยั่งยืนเร่งพัฒนาประกันภัยต่อ Alternative-Traditional รับดีมานด์ลูกค้าปักหมุดรายได้เติบโตต่อเนื่อง

0
55

TQR วางกลยุทธ์ปี 2569 เน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน เดินหน้าพัฒนาประกันภัยและประกันภัยต่อ Alternative-Traditional ร่วมกับบริษัทประกันภัยชั้นนำ ผสานเทคโนโลยีและโซลูชันใหม่ รองรับดีมานด์ลูกค้า เผยผลงานปี 68 กวาดรายได้ 279 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.75% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ฟันกำไรสุทธิ 100.53 ล้านบาท อานิสงส์รายได้ธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อ Traditional-Alternative เติบโตได้ดี ขณะที่ความต้องการทำประกันภัยต่อเพิ่ม ประกาศจ่ายปันผล 15 พ.ค. 0.225 บาท/หุ้น รวมทั้งปี 0.40 บาท/หุ้น ระบุปี 69 ลุยพัฒนาประกันภัยต่อรูปแบบใหม่ ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ด้วยเทคโนโลยีและโซลูชัน หวังดันรายได้เติบโตต่อเนื่อง

นายชนะพันธุ์ พิริยะพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) (TQR) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจปี 2569 ว่า บริษัทฯ มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันใหม่ ทั้งประกันภัยและประกันภัยต่อ Alternative-Traditional ร่วมกับบริษัทประกันภัยชั้นนำ ซึ่งจะมีการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากขึ้น รวมทั้งจะมีการขยายธุรกิจไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่เพิ่ม เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) อย่างสม่ำเสมอ

“ปี 2569 ยังคงเป็นปีแห่งความท้าทายทางด้านธุรกิจประกันภัยและประกันภัยต่อ จากภัยธรรมชาติ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นความเสี่ยงยุคใหม่ ที่อาจจะกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมโดยรวมในอนาคต ส่งผลให้ผู้บริโภค บริษัทประกันภัย องค์กรต่างๆ มีความต้องการลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้” นายชนะพันธ์ุกล่าว

ทั้งนี้ TQR มีการปรับกลยุทธ์ โดยการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการทำงานของบุคลากร และพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยและประกันภัยต่อรูปแบบใหม่ จากการให้บริการความคุ้มครองในรูปแบบเดิม สู่การเปลี่ยนแปลงเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารความเสี่ยงอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัทฯ พร้อมที่จะขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่ม Specialty, Health, ESG และ ธุรกิจการให้บริการที่เกี่ยวข้อง โดยตั้งเป้ารายได้ในปีนี้เติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน

นางยุพเรศ พิริยะพันธุ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) (TQR) เปิดเผยด้วยว่า แผนการดำเนินงานปี 2569 บริษัทฯ มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและโซลูชัน มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยต่อรูปแบบใหม่ร่วมกับบริษัทประกันภัยชั้นนำ ทั้ง Alternative-Traditional ที่ยังคงมีความต้องการที่สูงขึ้น ประกอบด้วย ประกันภัยต่อที่เกี่ยวข้องกับ ESG เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ประกันภัยต่อความรับผิดของกรรมการและเจ้าหน้าที่บริหาร (Directors and Officers) ประกันภัยต่อการก่อการร้ายและภัยทางการเมือง (Political Violence) ประกันภัยต่อสุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Personal Accident and Health) รวมทั้ง ประกันภัยต่อไซเบอร์ (Cyber) ในรูปแบบองค์กร (Corporate Cyber) และส่วนบุคคล (Personal Cyber) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารความเสี่ยงอย่างยั่งยืนในอนาคต

“ความต้องการทำประกันภัยและประกันภัยต่อมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะ ด้าน Alternative เช่น ประกันภัยต่อไซเบอร์ (Cyber) ในรูปแบบองค์กร (Corporate Cyber) และส่วนบุคคล (Personal Cyber), ประกันภัยต่อสุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Personal Accident and Health), ประกันภัยต่อการก่อการร้ายและภัยทางการเมือง (Political Violence), ประกันภัยต่อความรับผิดของกรรมการและเจ้าหน้าที่บริหาร (Directors and Officers) พร้อมทั้งประกันภัยต่อที่เกี่ยวข้องกับ ESG เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งตลาดรถ EV มีการเติบโตเพิ่มขึ้น จากการที่ผู้บริโภคให้ความสนใจมากขึ้น รวมถึงโครงการพลังงานแสงอาทิตย์”

ส่วนภาพรวมปี 2568 ที่ผ่านมา นายชนะพันธ์ เปิดเผยว่า เป็นปีแห่งความท้าทายของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย ด้วยปัจจัยทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงภาวะทางเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว แต่เป็นการสร้างโอกาสให้กับ TQR ในการคิดค้น พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยและประกันภัยต่อรูปแบบใหม่ ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลให้บริษัทมีผลการดำเนินงานสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีรายได้รวม 279 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.75% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปี 2567 ที่มีรายได้รวม 259 ล้านบาท เป็นการทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) ซึ่งมาจากการเติบโตของรายได้หลัก ทั้งรายได้ธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อแบบทั่วไป (Traditional Business) และรายได้ธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อแบบพัฒนาช่องทางและผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกัน (Alternative Business) และมีกำไรสุทธิ 100.53 ล้านบาท 

โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.40 บาท รวมเป็นเงินปันผลจ่าย 92.00 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแล้วในปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.175 บาท คิดเป็นจำนวนเงินประมาณ  40.25 ล้านบาท เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ดังนั้น คงเหลือเงินปันผลที่จะจ่ายจากกำไรสุทธิ ประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.225 บาท คิดเป็นจำนวนเงินประมาณ 51.75 ล้านบาท โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date)ในวันที่ 18 มีนาคม 2569 กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 15 พฤษภาคม 2569

ในส่วนของความร่วมมือกับ บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) (TQM) ยังคงนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากขึ้น รวมถึงความร่วมมือกับบริษัท อัลฟ่าเซค จำกัด บริษัทร่วมทุน โดย TQR ถือหุ้นในสัดส่วน 30% เพื่อประกอบธุรกิจประกันภัยไซเบอร์ เพื่อยกระดับความสามารถด้าน Cyber Risk ทั้งการประเมินความเสี่ยง การป้องกัน และการออกแบบคุ้มครองที่ตอบโจทย์ลูกค้า ซึ่งร่วมกันพัฒนาโซลูชันด้านเทคโนโลยี และ Cybersecurity ช่วยเพิ่มศักยภาพในด้านการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดใหม่ และยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งของผลประกอบการได้ในระยะยาว

ล่าสุด บริษัทยังได้คว้ารางวัล Best Broker of the Year 2 ปีซ้อน จากหอการค้าอินเดีย ในงาน Emerging Asia Insurance Conclave & Awards 2025 โดย Dr. Rajeev Singh, Director General แห่งหอการค้าอินเดีย (Indian Chamber of Commerce: ICC) เป็นผู้มอบรางวัล โดยมี นายพรเกษม เหล่าฤทธิรัตน์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายประกันภัยต่อแบบสัญญาและครบวงจร เป็นผู้แทน TQR เข้ารับรางวัล

งานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมและมอบรางวัล Emerging Asia Insurance Conclave & Awards ครั้งที่ 6 จัดโดยหอการค้าอินเดีย ร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทย สถาบันประกันภัยไทย และองค์กรพันธมิตร ความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ TQR ที่ยึดมั่นมาตรฐานวิชาชีพ การบริหารงานอย่างโปร่งใส และความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านประกันภัยและประกันภัยต่ออย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมประกันภัยไทยสู่การแข่งขันในระดับสากล  ทั้งนี้ กระบวนการพิจารณารางวัลดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนและการประเมินจาก PwC อีกด้วย