ทีทีบี ประกาศทิศทางธุรกิจ ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Empower Your REAL Change” พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ “ยกระดับ 3+” เพื่อยกระดับการช่วยเหลือลูกหนี้ สร้างการเติบโตต่อยอดลูกค้าบน Ecosystem ที่เชี่ยวชาญทั้ง 6 กลุ่มและพัฒนาประสบการณ์ดิจิทัลให้ตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่ที่คาดหวังบริการที่สะดวก ปลอดภัย และเฉพาะบุคคลมากขึ้น
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจในปี 2569 ว่า ธนาคารเดินหน้ากลยุทธ์ภายใต้แนวคิด “Empower Your REAL Change” ที่ยึดมั่นในพันธกิจเป็นมากกว่าผู้ให้บริการทางการเงิน ซึ่งในช่วงที่ระบบการเงินไทยกำลังเปลี่ยนผ่าน ธนาคารจึงต้องปรับบทบาทจากผู้ให้สินเชื่อมาเป็นพลังสำคัญ (Enabler) ที่ช่วยเสริมศักยภาพ (Empower) ให้ลูกค้ายกระดับชีวิตทางการเงินผ่านบริการที่สะดวก ปลอดภัย และเฉพาะบุคคลมากขึ้น ช่วยให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างและหนี้ครัวเรือนในระดับสูง
ทั้งนี้ภายใต้แนวคิด Empower Your REAL Change ทีทีบีกำหนดทิศทางผ่านกลยุทธ์ “ยกระดับ 3+” ประกอบด้วย
1.ยกระดับการช่วยเหลือลูกหนี้และสนับสนุนลูกค้า ผ่านกลไก Risk-based Pricing เพื่อให้ลูกค้าที่มีวินัยทางการเงินได้รับอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดภาระหนี้และส่งเสริมการสร้างวินัยทางการเงินในระยะยาวพร้อมช่วยให้ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านการสนับสนุนการให้สินเชื่อเพื่อคู่ค้าภาครัฐและผนึกกำลังกับพันธมิตร
2.ยกระดับการเติบโต และต่อยอดบนธุรกิจที่เชี่ยวชาญ โดยต่อยอดจากฐานลูกค้าที่ทีทีบีมีความเชี่ยวชาญทั้ง 6 Ecosystem ที่ธนาคารมีความเชี่ยวชาญ อาทิ กลุ่มคนมีรถ คนมีบ้าน และพนักงานเงินเดือน เพื่อมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการแบบครบวงจรและมุ่งสร้างการเติบโตผ่านธุรกิจใหม่ในกลุ่มมนุษย์เงินเดือน และลูกค้า Wealth พร้อมรองรับการเติบโตของลูกค้าเริ่มสร้างความมั่งคั่ง (Mass Affluent) ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในระบบเศรษฐกิจไทย
3.ยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลที่ใช่และรู้ใจลูกค้า ผ่านแนวคิด Humanized Digital Banking ซึ่งมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยใช้ Data และ AI เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งมอบประสบการณ์ทางการเงินแบบไร้รอยต่อเพื่อส่งมอบบริการที่ “รู้ใจ” เฉพาะบุคคลผ่านแอป ttb touch ทำให้การธนาคารเป็นเรื่องง่าย สะดวก และปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน พร้อมออกแบบบริการทางการเงินให้สะดวก ปลอดภัย และเฉพาะบุคคลมากขึ้น การนำ AI และ Data Analytics มาวิเคราะห์
“เป้าหมายสำคัญของ ttb ในปี 2569 คือเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน REAL Change หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของลูกค้า โดยเฉพาะการใช้กลไกราคาตามความเสี่ยงที่จะทำให้ระบบการเงินไทยมีความเป็นธรรมและยั่งยืนมากขึ้น กลยุทธ์ดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาโซลูชันและประสบการณ์ทางการเงิน แต่เป็นการสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่งเพื่อส่งเสริมศักยภาพให้ลูกค้าสามารถเติบโตไปพร้อมกับธนาคาร และยกระดับชีวิตทางการเงินของคนไทยให้ดีขึ้นอย่างแท้จริง” นายปิติกล่าว
นอกจากนี้ ธนาคารยังตั้งเป้าขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Wealth สู่ระดับ 7.5 แสนล้านบาท พร้อมเดินหน้าแผนการบริหารส่วนทุนอย่างมีประสิทธิภาพผ่านโครงการซื้อหุ้นคืนและนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นควบคู่ไปกับการเติบโตของสังคม
ชู Risk-based Pricing ช่วยลูกหนี้รายย่อย
ควบคู่สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน
นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี กล่าวว่า ในช่วงเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทายจากระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ทีทีบีช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้ลูกค้าผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการรวบหนี้ และโครงการผ่อนดี มีรางวัล ช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้ลูกค้าไปแล้วรวม 3,143 ล้านบาท โดยล่าสุดได้ริเริ่มแนวทางการพิจารณาการคิดดอกเบี้ยใหม่ (Risk-based Pricing) หรือการคิดอัตราดอกเบี้ยตามระดับความเสี่ยง ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ลูกค้าที่มีวินัยทางการเงินเข้าถึงดอกเบี้ยที่ต่ำลง ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดี ได้รับอนุมัติรวมเป็นวงเงินกว่า 1,600 ล้านบาท ภายในเวลาไม่ถึง 3 เดือน และคาดว่าจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้กับลูกค้าได้ถึง 350 ล้านบาทในปี 2569
นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินในระยะยาวให้กับลูกค้า ผ่านโครงการโค้ชปลดหนี้ และการตรวจสุขภาพทางการเงินออนไลน์ (ttb financial health check) เพื่อช่วยให้ลูกค้าตระหนักถึงสถานะทางการเงินของตนเอง และสามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อีกทั้งเดินหน้าสร้างการเติบโตให้กับลูกค้าทุก Ecosystem ครอบคลุมตลอดทุกช่วงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนมีรถ คนมีบ้าน มนุษย์เงินเดือน ลูกค้าเริ่มสร้างความมั่งคั่ง (Mass Affluent) และกลุ่มลูกค้า Wealth สำหรับกลุ่มมนุษย์เงินเดือนซึ่งเป็นฐานลูกค้าสำคัญของธนาคาร โดยในปีนี้ทีทีบีเตรียมต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านสินเชื่อรถยนต์ผ่านการเปิดตัวธุรกิจใหม่ ttb leasing เพื่อขยายบริการสินเชื่อไปยังตลาดรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ของประเทศไทย
ขณะเดียวกันธนาคารได้ยกระดับ Wealth Ecosystem ผ่านการเสริมศักยภาพโซลูชันด้านการลงทุนที่แตกต่าง ครบวงจรกับธุรกิจใหม่ภายใต้ชื่อ ttb wealth securities เพื่อรองรับการเติบโตของกลุ่มลูกค้า Wealth ที่ต้องการโซลูชันทางการเงินที่ครบครัน เพื่อสร้างและส่งต่อความมั่งคั่ง
สร้าง Ecosystem ลูกค้าธุรกิจเติบโต หนุน SME เข้าถึงแหล่งเงินทุน
นายศรัณย์ ภู่พัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SME มากกว่า 3.3 ล้านราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 35% ของ GDP แต่ SME จำนวนมากยังประสบปัญหาในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และยังต้องเผชิญความท้าทายด้านการค้าโลก ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของค่าเงิน มาตรการกีดกันทางการค้า ไปจนถึงข้อกำกับใหม่ ๆ ที่เพิ่มความซับซ้อนให้กับการดำเนินธุรกิจ
ทีทีบีจึง จึงพัฒนาระบบนิเวศทางการเงินร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมและซัพพลายเชน ยกระดับ SME / Mid-Corp Ecosystem เพิ่มโอกาสให้ SME เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น เช่น ความร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai ที่ช่วยเชื่อมต่อผู้ประกอบการร้านอาหารกับแพลตฟอร์มดิจิทัล
นอกจากนั้นยังได้พัฒนา ttb total e-GP solutions เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการคู่ค้าภาครัฐสามารถเข้าถึงวงเงินสินเชื่อได้มากขึ้น เสริมด้วยเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้ธุรกิจมีสภาพคล่องและความมั่นคงในการเติบโต โดยในปี 2568 มีสัดส่วนของสินเชื่อซัพพลายเชน 17% ของสินเชื่อ SME ทั้งหมด โตขึ้น 15% เมื่อเทียบกับ 2 ปีที่ผ่านมา
ด้านการค้าระหว่างประเทศ มี Total International Solutions ที่ช่วยให้ธุรกิจบริหารธุรกรรมระหว่างประเทศได้ครบวงจร ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะสกุลเงินหยวนที่มีโซลูชันรองรับแบบครบวงจร นอกจากนี้ ธนาคารยังพัฒนาแพลตฟอร์ม ttb business one ซึ่งทำหน้าที่เสมือน Digital CFO สำหรับ SME ช่วยผู้ประกอบการบริหารธุรกรรมทางการเงินและมีรายงานทางการเงินที่ช่วยวางแผนธุรกิจได้ในแพลตฟอร์มเดียวทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ยกระดับประสบการณ์ดิจิทัล-รู้ใจลูกค้ายุคใหม่
ทีทีบีได้ยกระดับประสบการณ์ทางการเงินภายใต้แนวคิด Humanized Digital Banking ที่นำ Data และ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรม เพื่อส่งมอบประสบการณ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ให้สะดวก ปลอดภัย และเฉพาะบุคคลมากขึ้น ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการใช้บริการที่สาขา ttb contact center และบนแอป ทีทีบี ทัช อย่างไร้รอยต่อในทุกช่องทางตั้งแต่การเข้าถึงผลิตภัณฑ์ การให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินรายบุคคล ไปจนถึงการดูแลลูกค้าทุก Ecosystem อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนั้น ยังให้ความสำคัญด้านความยั่งยืน โดยดำเนินธุรกิจควบคู่กับความยั่งยืนไปพร้อมกันภายใต้กรอบ B+ESG ซึ่งสะท้อนผลสำเร็จจากการครองอันดับหนึ่งต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ด้านการเงินที่เป็นธรรม Fair Finance Thailand และได้รับคะแนนอยู่ในระดับ Top 10% ของการประเมิน S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA)









