ZORT คว้าเงินทุน SeriesA 55 ล้านบาท รุกตลาดอาเซียนไม่เกิน 5 ปีเข้าตลาดหลักทรัพย์

0
40

ZORT สตาร์ทอัพแพลตฟอร์มบริหารจัดการออเดอร์และสต๊อกครบวงจร คว้าเงินทุน Series A 55 ล้านบาท จาก กรุงศรี ฟินโนเวต บัซซี่บีส์ และนักลงทุนอิสระ เตรียมบุกตลาดอาเซียน ด้วยจุดเด่นการสร้างระบบนิเวศด้านการขายจัดการทุกออเดอร์จากทุกแพลตฟอร์มมาไว้ในที่เดียว ดูแลธุรกิจออนไลน์แบบครบวงจรทั้งจัดการออเดอร์ จัดการสต๊อก จัดการขนส่ง จัดการระบบรับชำระเงิน รวมถึงระบบจัดการบัญชี ด้วยค่าบริการเริ่มต้นเพียงเดือนละ 99 บาท หนุนแม่ค้าออนไลน์โตไวด้วยฐานข้อมูล เรียกดูได้ย้อนหลังทั้ง ยอดขาย ต้นทุน และรายการสินค้าขายดี มั่นใจหลังเพิ่มทุนช่วยขยายฐานลูกค้าได้ถึง 18,000 ร้านค้าภายใน 3 ปี

นายแซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด บริษัทในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) เปิดเผยว่า ได้จับมือกับพันธมิตรเข้าระดมทุน Series A จำนวนเงินลงทุน 55 ล้านบาท ในบริษัท ซอร์ทเอาท์ จำกัด (ZORT) สตาร์ทอัพที่ผ่านเข้ารอบจากการคัดเลือกของกรุงศรี ฟินโนเวต และเป็นสตาร์ทอัพรายแรกที่กองทุน Finnoventure Fund เลือกลงทุน เพื่อต่อยอดความร่วมมือในการนำเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญของสตาร์ทอัพมาพัฒนาโซลูชันให้กับกลุ่มลูกค้า SME ของกรุงศรี พร้อมทั้งสร้างโอกาสทางการเงินและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับร้านค้าออนไลน์ที่ใช้บริการแพลตฟอร์มของ ZORT

“ครั้งนี้เป็นการลงทุนในสตาร์ทอัพรายแรกของกองทุน Finnoventure Fund ที่กรุงศรี ฟินโนเวต เป็นผู้บริหารกองทุน ซึ่งเป็นการเชื่อมต่ออีโคซิสเต็มส์ระหว่างนักลงทุนและ SMEs  ซึ่งธนาคารกรุงศรีอยุธยามีฐานลูกค้า SMEs นับแสนราย  และได้แนะนำ ZORT ให้ลูกค้าใช้งาน ทำให้เชื่อมั่นว่า Zort  สามารถโตไปกับการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ”

“การลงทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้ ZORT เติบโตไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มการบริหารจัดการธุรกิจออนไลน์ในตลาดอาเซียน ผ่านเครือค่ายของธนาคารกรุงศรี และ MUFG พร้อมทั้งผลักดัน ZORT ให้มีการเติบโตเป็นสตาร์ทอัพระดับ Angle และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า”

ปัจจุบัน กรุงศรี ฟินโนเวต มีการลงทุนในสตาร์ทอัพทั้งหมด 15 สตาร์อัพ วงเงินรวมที่ลงทุนไปแล้วราว 2 พันล้านบาท จากทั้งหมดที่เตรียมไว้ 3 พันล้านบาท โดยมี 2 สตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จก้าวขึ้นแท่นระดับยูนิคอร์น 2 สตาร์ทอัพ ได้แก่ GRAB ซึ่งได้เข้าซื้อขายในตลาดหุ้น NASDAQ แล้ว และ Flash Express ที่เพิ่งขึ้นเป็นยูนิคอร์นในปีที่ผ่านมา

นายสวภพ ท้วมแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ZORT เปิดเผยว่า  จากการเก็บข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี พบว่าลูกค้าที่ใช้ระบบของ ZORT มียอดขายเติบโตเฉลี่ย 300%  แสดงให้เห็นว่าระบบการจัดการร้านค้าออเดอร์และสต็อกออนไลน์มีบทบาทสำคัญอย่างมีนัย ดังนั้นจากแนวโน้มการเติบโตของการซื้อ- ขายออนไลน์ จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ ZORT เติบโตไปในทิศทางเดียวกัน

ซึ่งการได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากกรุงศรี ฟินโนเวต บัซซี่บีส์ และนักลงทุนอิสระ ในการเพิ่มทุนระดับ Series A จำนวน 55 ล้านบาท จะช่วยให้ ZORT พัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆเพื่อขยายตลาดและขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในอาเซียนได้ไม่ยาก  และสนับสนุนเป้าหมายปี 2565  ที่จะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 6,000 ร้านค้า ครอบคลุมร้านค้าออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม  และในอีก 3 ปี จะขยายฐานลูกค้าไปถึง 18,000 ร้านค้า

สำหรับ ZORT เป็นระบบจัดการออเดอร์ และสต็อกแบบครบวงจรเจ้าแรกในประเทศไทย ดำเนินธุรกิจมากว่า 6 ปี  ปัจจุบันให้บริการร้านค้ากว่า 3,000 ร้านค้า  ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด Customer Centric เน้นความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง  สามารถเข้าถึงบริการที่ตอบโจทย์ ใช้ง่าย และใช้จ่ายน้อยที่สุด ด้วยค่าบริการเริ่มต้นเพียงเดือนละ 99 บาท  ด้วยบริการที่ช่วยแก้ไขจุดอ่อนในการขายของทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ โดยเฉพาะการเปิดร้านค้าผ่านหลายแพลตฟอร์ม เช่น Lazada, Shopee, JD central, Facebook หรือ Line เป็นต้น ซึ่งทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการออเดอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น ZORT จึงรวบรวมการขายของจากหน้าร้านทุกแพลตฟอร์มและหน้าร้านแบบออฟไลน์มาไว้ที่เดียว ทั้งระบบจัดการคลังสินค้า จัดการออเดอร์ จัดการสต๊อก จัดการขนส่ง จัดการระบบรับชำระเงิน (Payment Gateway) รวมถึงฟีเจอร์ส่งเสริมการขายจำนวนมาก ที่พัฒนาจากความคิดเห็นของผู้ใช้งานจริงและการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า (Data Analysis) เพื่อต่อยอดพัฒนาการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถรู้ต้นทุนขาย วิเคราะห์แนวโน้มกำไร เรียกดูข้อมูลย้อนหลังสถิติการขาย เช่น รายการสินค้าที่สร้างยอดขายได้ดี และรายการสินค้าที่ไม่ได้รับความนิยม

“ปัญหาที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทุกคนต้องเจอ คือการขายที่มีหลายช่องทาง เช่น Shopee, Lazada, JD Central, Facebook, Line เมื่อลูกค้าสั่งซื้อ การตัดสต็อกที่ไม่เรียลไทม์ พร้อมกันทุกช่องทาง ทำให้บางครั้งสินค้าหมด ต้องยกเลิกออร์เดอร์ลูกค้า  ทำให้เสียโอกาสการขายและขาดความน่าเชื่อถืออีกด้วย ZORT จึงเข้ามาแก้ปัญหา ทำหน้าที่เป็นซอฟต์แวร์กลางให้ระบบ “sync” กัน สามารถตัดสต็อกอัตโนมัติและอัพเดตพร้อมกันทุกช่องทางขาย” นายสวภพ กล่าว

นางสาวณัฐธิดา สงวนสิน กรรมการผู้จัดการ และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด กล่าวว่า การเข้าร่วมทุนของ Buzzebees ในฐานะผู้นำด้าน CRM & Loyalty Program ในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดการบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM Solutions) เพื่อให้ร้านค้าออนไลน์ได้รับประโยชน์สูงสุดบน Ecosystem ที่ครอบคลุมมากขึ้น มีฐานข้อมูลลูกค้าเป็นของตนเอง และทราบถึงพฤติกรรมของลูกค้าผ่านฟีเจอร์ต่างๆ ซึ่งเป็นบริการของ Buzzebees เช่น บน Line OA ทำให้สามารถสร้างแคมเปญได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละเซกเม้นท์

นอกจากนี้ยังนำสินค้ามาลงขายบนแพลตฟอร์มพันธมิตรของ Buzzebees ซึ่งมีกว่า 300 แพลตฟอร์ม เป็นการเพิ่มช่องทางการขายให้กับร้านค้า ขณะเดียวกัน Buzzebees ก็มีเน็ตเวิร์กเพิ่มขึ้น จึงเชื่อมั่นได้ว่าจะช่วยสร้างยอดขายให้กับร้านค้าออนไลน์ได้ครอบคลุมมากขึ้น

นายโคบี้ บุญบรรเจิดศรี นักธุรกิจและนักลงทุน กล่าวว่า การลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพที่เป็น Early Stage ถือว่ามีโอกาสเติบโตสูง  จากการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆที่ช่วยแก้ปัญหาการทำธุรกิจในรูปแบบเดิมๆได้ด้วยเทคโนโลยี  ซึ่งการนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนธุรกิจให้กับกลุ่มเอสเอ็มอีในด้านอีคอมเมิร์ซถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตอย่างน่าสนใจ เพราะในอนาคตอีคอมเมิร์ซจะกลายเป็นภาคธุรกิจที่จะมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับโลกอีกหนึ่งด้านที่สำคัญ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่