วงเวียนช่วยชีวิต “ผู้เสียชีวิตเป็นศูนย์” 

0
35

อุบัติเหตุทางถนนที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่จะเกิดจากพฤติกรรมของผู้ใช้รถใช้ถนน ที่ปราศจากความระมัดระวัง รวมถึง สภาพรถ สภาพถนนและสภาพสิ่งแวดล้อม ที่เป็นปัจจัยก่อให้เกิดอุบัติเหตุ จากข้อมูล www.Thairsc.com ในปี 2564 ที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนจำนวนมากกว่า 13,600 ราย และจากข้อมูลผู้ประสบภัยที่มาใช้สิทธิ์ที่ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด พบว่าการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่มีผู้เสียชีวิตในถนนทางตรง สูงถึง 64% รองลงมาคือทางโค้ง 17% และทางแยก 11% แต่ ส่วนบริเวณ วงเวียน ตัวเลขเป็น 0 และอุบัติเหตุทางถนนส่วนใหญ่ มักเกิดขึ้นที่ถนนสายรอง ถนนในชุมชน โดยเฉพาะตามสี่แยกต่างๆ ที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร

จากข้อมูลพบว่า “วงเวียน” ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้ถึง 40-50 % แต่ “วงเวียน” ไม่ได้เหมาะสมกับทุกทางแยก ขึ้นอยู่กับจำนวนและปริมาณการจราจร หากเป็นทางแยกที่มีการจราจรไม่หนาแน่นมากจะเหมาะสำหรับใช้วงเวียนมากกว่าสัญญาณไฟจราจร  แต่ปัจจุบันก็มีหลายหน่วยงานที่ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุด้วยวงเวียนหลายแห่ง โดย บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่มีรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนด้วยวงเวียน โดยในปี 2564 ที่ผ่านมา ได้จัดทำโครงการ วงเวียนช่วยชีวิต เพื่อเชิญชวนชุมชนปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามาแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงจุดอันตรายบริเวณทางแยกอันตรายในชุมชนของตน ด้วยการจัดทำวงเวียน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยทางถนนของชุมชน โดยมีบริษัทกลางฯ ให้การสนับสนุนงบประมาณในการจัดทำ โดยในตอนนี้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้มีการดำเนินการจัดทำวงเวียนไปแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองพาน จังหวัดเชียงราย สำนักงานเทศบาลนครระยอง จังหวัดระยอง เทศบาลตำบลบวกค้าง จังหวัดเชียงใหม่ และเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งภายหลังจากการจัดทำวงเวียนทั้ง 4 แห่ง พบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตที่วงเวียน เป็น “0” 

การทำวงเวียนจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยทางถนนของชุมชน วงเวียนจึงเป็นเครื่องมือในการจัดการ จุดเสี่ยง จุดอันตราย บริเวณทางแยกให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยในชุมชน อุบัติเหตุทางถนนในชุมชนลดลงได้ ถ้าทุกคนในชุมชนร่วมกันลดพื้นที่ จุดเสี่ยง จุดอันตรายเปลี่ยนเป็นพื้นที่ปลอดภัยในชุมชน แต่ที่สำคัญผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนก็ต้องใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท และปฎิบัติตามกฎจราจรเพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นด้วยเช่นกัน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่