ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดตัว CIMB PRIVATE WEALTH เอกสิทธิ์พิเศษสำหรับลูกค้าผู้มีสินทรัพย์ระดับ 30 ล้านบาทขึ้นไป ชูจุดแข็งการลงทุนระดับภูมิภาค ผสานโซลูชันทางการเงินระดับอาเซียนกับบริการให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคล พร้อมสิทธิพิเศษเชื่อมโยงธนาคารในกลุ่มซีไอเอ็มบีแบบไร้รอยต่อ เพื่อลูกค้าบรรลุเป้าหมายการเติบโต รักษาความมั่งคั่ง และวางแผนส่งต่อทรัพย์สินสู่รุ่นต่อไป
เอกสิทธิ์ระดับอาเซียนสำหรับกลุ่ม Private Wealth
ภูดินันท์ เศรษฐนันท์ Head, Affluent & Wealth Management ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเป็นลูกค้า CIMB PRIVATE WEALTH จะได้รับสิทธิพิเศษตามสถานะในระดับอาเซียน โดยซีไอเอ็มบี ไทย ใช้ประสบการณ์ดูแลลูกค้าความมั่งคั่งสูง ผสานกับโอกาสในการขยายความมั่งคั่งและสิทธิพิเศษด้านไลฟ์สไตล์เชื่อมโยงประเทศสมาชิกในกลุ่มซีไอเอ็มบีทั่วภูมิภาค ซึ่งเป็นจุดแข็งของบริการ PRIVATE WEALTH สำหรับกลุ่มลูกค้าความมั่งคั่งสูงที่มีสินทรัพย์ระดับ 30 ล้านบาทขึ้นไป พร้อม 3 ข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
1. Preferred Wealth โซลูชันบริหารความมั่งคั่งครบวงจร จัดพอร์ตลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย ด้วยเครื่องมือ Safer Pocket Framework ลดความผันผวนและสร้างการเติบโตระยะยาว พร้อมดูแลแบบองค์รวมโดยทีมที่ปรึกษามืออาชีพ พร้อมผู้ดูแลบัญชีส่วนตัว (RM) ตั้งแต่การวางแผนการศึกษาสำหรับบุตร ไปจนถึงการวางแผนส่งต่อทรัพย์สินและมรดกแห่งความมั่งคั่งให้แก่บุคคลอันเป็นที่รัก
2. Preferred Regional โอกาสการลงทุนไร้รอยต่อทั่วอาเซียน ชูแนวคิด “One Region, More Opportunity หนึ่งภูมิภาค มากกว่าโอกาส” ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนต่างประเทศ (Offshore) เปิดบัญชีในต่างประเทศได้อย่างสะดวกผ่านเว็บไซต์ CIMB Singapore เปิดประตูลงทุนต่างประเทศผ่านเครือข่าย CIMB ในสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และกัมพูชา พร้อมรับอัตราพิเศษสำหรับการโอนเงินระหว่างประเทศ พร้อมรับข้อมูลเชิงลึกด้านการลงทุนระดับภูมิภาคจากทีม Chief Investment Office (CIO)
3. Preferred Experience สัมผัสสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่า ตั้งแต่โปรแกรมสะสมและแลกรับรางวัล การเข้าใช้ห้องรับรองพิเศษในสนามบินทั่วโลก ประกันการเดินทาง บริการช่วยเหลือฉุกเฉินภายในบ้าน บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน บริการผู้ช่วยส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง ตู้นิรภัยส่วนบุคคลฟรี ไปจนถึงประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟและกิจกรรมสำหรับสมาชิกผ่าน Wealth Your World Events กิจกรรมเวิร์กช็อปที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นซีรี่ส์ผสานความรู้ด้านการลงทุนเข้ากับกิจกรรมกลุ่มเล็กที่เน้นประสบการณ์จริง ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจด้านการเงินให้ลูกค้า ในบรรยากาศที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของกลุ่ม CIMB PRIVATE WEALTH
“ปัจจุบันลูกค้ากลุ่มความมั่งคั่งสูง ไม่ได้มองหาเพียงผลตอบแทนจากการลงทุน แต่ต้องการพันธมิตรที่ดูแลได้อย่างครบวงจร ทั้งความมั่งคั่ง คุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัว และการเข้าถึงโอกาสในระดับภูมิภาค ซึ่ง CIMB PRIVATE WEALTH ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการนี้โดยเฉพาะ ลูกค้าจะได้ใช้ประโยชน์เครือข่ายอาเซียนแข็งแกร่งของกลุ่มซีไอเอ็มบี เข้าถึงการลงทุน Offshore อย่างไร้รอยต่อ ไปจนถึงการส่งต่อความมั่งคั่งไปยังลูกหลานอย่างคุ้มค่า”
ตั้งเป้าโตปีละ 25% ทะยานสู่ 8 แสนล้าน ใน 5 ปี
สำหรับยุทธศาสตร์การเติบโตทางธุรกิจ ภูดินันท์ บอกว่า ธนาคารตั้งเป้าหมายเชิงรุกในระยะ 5 ปี (ปี 2569–2573) โดยขยายฐานลูกค้า Private Wealth จากปัจจุบันที่มีราว 2,000 ราย ให้เป็น 5,000 ราย นำไปสู่การเติบโตแบบก้าวกระโดดของมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การลงทุน (Wealth Under Management: WUM ไม่รวมเงินฝาก) ให้เติบโตขึ้น 3 เท่าตัว จากฐานปัจจุบันที่ 2.9 แสนล้านบาท ทะยานสู่เป้าหมาย 8.7 แสนล้านบาท โดยต้องสร้างพอร์ตให้เติบโตปีละ 25% จากจุดแข็งการเป็น A Digital-led Bank ซึ่งปัจจุบันธุรกรรมกว่า 90% อยู่บนแอปพลิเคชัน และการมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งทั้ง บลจ.พรินซิเพิล และ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย
พร้อมรับมือ “Great Rewiring of Wealth”
Haniz Nazlan, CEO Group Consumer Banking, CIMB Group กล่าวว่า เศรษฐกิจอาเซียนขยายตัวจนมีมูลค่าสูงถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 135 ล้านล้านบาท) และมีโอกาสเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยประมาณโตเฉลี่ย 4% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าตลาดพัฒนาแล้วหลายแห่ง ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ “Great Rewiring of Wealth” หรือการส่งต่อความมั่งคั่งระหว่างรุ่นครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ความมั่งคั่งกำลังถูกส่งต่อจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งมากขึ้น ส่งผลให้รูปแบบการสร้าง การบริหาร และการส่งมอบสินทรัพย์เปลี่ยนไปจากอดีต ลูกค้ามีความต้องการคำปรึกษาเชิงลึก โซลูชันที่มีความซับซ้อนตอบโจทย์เฉพาะบุคคล เพื่อรักษาและส่งมอบทรัพย์สินอย่างยั่งยืน
ขณะที่ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งยังคงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักที่สำคัญที่สุดของกลุ่มซีไอเอ็มบี และประเทศไทยเป็นตลาดหลักแห่งที่ 3 ของภูมิภาคในการเปิดตัวบริการ CIMB PRIVATE WEALTH ต่อจากอินโดนีเซียและมาเลเซีย ที่ CIMB Group เชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตระยะยาวของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง
“เรากำลังเห็น Great Rewiring of Wealth หรือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการสร้างและส่งต่อความมั่งคั่งทั่วทั้งภูมิคารอาเซียน ครอบครัวมีความเชื่อมโยงกับต่างประเทศมากขึ้น โอกาสทางธุรกิจและการลงทุนข้ามพรมแดนเพิ่มขึ้น คนหลายรุ่นเข้ามามีบทบาทในการตัดสินใจเกี่ยวกับความมั่งคั่งอย่างจริงจัง เป็นเหตุผลที่ทำให้ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งยังคงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของกลุ่มซีไอเอ็มบี ภายใต้คำมั่นสัญญา ‘Moving You Forward’ ของแบรนด์ซีไอเอ็มบี” Haniz กล่าวสรุป
#ซีไอเอ็มบีไทย #CIMBPrivateWealth #Great Rewiring of Wealth #CIMBGroup






