ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับ MIT Sloan ASEAN Office จัดสัมมนา “The Future of Water” เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ โดยนำงานวิจัยและนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) มาต่อยอด ร่วมแก้ปัญหาของประเทศไทย พร้อมชูการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ข้อมูล (Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประเมินและพยากรณ์สถานการณ์น้ำ วางแผนรับมือภัยพิบัติล่วงหน้า และลดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ในปัจจุบัน ทำให้สถานการณ์น้ำมีความซับซ้อนและคาดการณ์ได้ยากขึ้น ธนาคารจึงร่วมกับ MIT Sloan ASEAN Office จัดงานสัมมนา ‘The Future of Water: AI, Weather Resilience, and Frontier Technologies for Water Security’ เพื่อแลกเปลี่ยนระหว่างนักวิจัย ภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันหาแนวทางรับมือกับความท้าทายด้านน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชื่อมโยงเครือข่ายองค์ความรู้จากทั้งในและต่างประเทศ สนับสนุนการพัฒนาในประเด็นที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคม
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภายใต้โครงการ Southeast Asia Water Project ซึ่งดำเนินงานโดยคณาจารย์และนักวิจัยของ MIT ที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงเทพ มีการศึกษาระบบบริหารจัดการน้ำของไทยตลอดจนโครงการแหล่งน้ำชุมชนต่างๆ ร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2568 เพื่อทำความเข้าใจปัญหาที่ส่งผลต่อภาคเกษตรกรรม ใน 3 ประเด็นคือ
1) การเข้าถึงแหล่งน้ำ การพัฒนาเศรษฐกิจ และการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำ โดยเฉพาะข้อจำกัดในการบริหารจัดการระดับท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลต่อปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ปลายน้ำ 2) การใช้ข้อมูลพยากรณ์น้ำ แม้จะมีข้อมูลคาดการณ์ แต่ยังมีข้อจำกัดในการนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจอย่างเหมาะสมและทันเวลา 3) การบำบัดและควบคุมคุณภาพน้ำ ซึ่งระบบบำบัดน้ำในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ
ทั้ง 3 ประเด็นสะท้อนว่า การแก้ปัญหาน้ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการตัดสินใจที่ทันต่อสถานการณ์ โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เช่น Remote Sensing, Data และ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล พัฒนาระบบพยากรณ์ และสร้างแบบจำลองสถานการณ์ จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินความเสี่ยงและวางแผนรับมือได้ล่วงหน้ามากขึ้น ทั้งนี้ ต้องทำควบคู่กับความรู้ในพื้นที่และการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน
“ความท้าทายคือการนำข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและทันเวลา เพราะน้ำท่วมหรือภัยแล้งไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังส่งผลต่อภาคเกษตรกรรม การผลิต การท่องเที่ยว ธุรกิจ และเศรษฐกิจในวงกว้าง การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีจึงเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการน้ำ จากการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุไปสู่การเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เพื่อลดความเสียหายและสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน ล่าสุดปัญหาการปนเปื้อนของน้ำจากโลหะหนักและคุณภาพน้ำ กำลังเป็นประเด็นกระทบต่อห่วงโซ่อาหาร ดิน และชีวิตของประชาชน ที่เราต้องหาแนวทางแก้ไขต่อไป” นายกอบศักดิ์กล่าว
สำหรับสัมมนา ‘The Future of Water: AI, Weather Resilience, and Frontier Technologies for Water Security’ ภายในงานประกอบด้วยช่วงการนำเสนอผลงานวิจัยจาก MIT ในหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ การใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาระบบน้ำและเกษตรกรรม ผลกระทบของป่าไม้ต่อความเสี่ยงน้ำท่วม ความเชื่อมโยงระหว่างป่าไม้ น้ำ และการเกษตร พร้อมจัดวงเสวนาร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิชาการ อาทิ กรมป่าไม้ กรมชลประทาน กรมควบคุมมลพิษ และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ การแลกเปลี่ยนความรู้ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน การรับมือความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ การฟื้นฟูระบบนิเวศและการปลูกป่า ไปจนถึงการใช้ข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบาย การติดตามคุณภาพน้ำ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสนับสนุนการวางแผนและรับมือกับความท้าทายด้านน้ำของประเทศไทยในอนาคต
#ธนาคารกรุงเทพ #MIT #การบริหารจัดการน้ำ #Data #AI






