“ไทยวา กรุ๊ป” กางโรดแมป “Thai Wah 2030” ทรานสฟอร์มสู่ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารเอเชีย

0
134

ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ไทยวา กรุ๊ป พลิกฟื้นการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยไตรมาส 1 ปี 2568 มียอดขายรวม 2,299 ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงานหลัก 171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% กำไรสุทธิ 117 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา  พร้อมเปิดตัวโรดแมป “Thai Wah 2030” แผนทรานสฟอร์มองค์กรในระยะยาว สู่ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารในเอเชียและระดับโลก

นายโฮ เรน ฮวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยวา กรุ๊ป กล่าวถึงผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 ว่า มีกำไรขั้นต้นและกำไรจากการดำเนินงานหลักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมียอดขายรวม 2,299 ล้านบาท  มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย  (EBITDA) 285 ล้านบาท คิดเป็น 12% ของยอดขาย  กำไรจากการดำเนินงานหลัก 171 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 50%กำไรสุทธิ 117 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา  จากการผลักดันกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีสัดส่วนกำไรสูง การบริหารจัดการต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน  ตามแผนธุรกิจเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางปี 2567

พร้อมกันนี้ ตั้งเป้าสร้าง EBITDA ให้ได้ 1,000 ล้านบาทภายในปี 2569 โดยเติบโตต่อเนื่องจนถึงปี 2573 ด้วยการเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ไม่น้อยกว่า 10 รายการต่อปี  พร้อมกับการเดินหน้าสร้างความมั่นคงทางอาหารในเอเชียอย่างแข็งแกร่งทั้งด้าน B2B และ B2C ไปพร้อมกัน ตามโรดแมป “Thai Wah 2030”

ทั้งนี้ “Thai Wah 2030” คือแผนทรานสฟอร์มองค์กรในระยะยาว มีเป้าหมายหลักในการสร้างการเติบโต พัฒนานวัตกรรม และดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก ผ่านการสร้างธุรกิจหลักให้แข็งแกร่ง การลงทุนในธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูง และดำเนินการตามแนวทางด้านความยั่งยืน เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ในระดับสากล

“Thai Wah 2030” โรดแมปสู่ผู้นำด้านอาหารแห่งเอเชีย

ไทยวา เดินหน้าพลิกโฉมองค์กรครั้งสำคัญ มุ่งสู่เป้าหมายปี 2573 ผ่านการขับเคลื่อน 3 กลยุทธ์หลัก คือ

1. ปรับพอร์ทโฟลิโอ มุ่งสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง โดยเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์อาหารและแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่มเป็น 2 เท่าภายในปี 2573 โดยเน้นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมและอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น วุ้นเส้นสด แผ่นแป้งข้าวเจ้า ก๋วยเตี๋ยวออร์แกนิก ผลิตภัณฑ์ปราศจากกลูเตน ปลอด GMO และ Clean-label

2. รุกขยายตลาดศักยภาพสูงในเอเชียและทั่วโลก  ทั้งเอเชียแปซิฟิก จีน ตะวันออกกลาง และยุโรป โดยตั้งเป้าเป็น 1 ใน 3 ผู้นำตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก พร้อมขยายเครือข่ายสาขาใน 7 ประเทศ  โดยล่าสุดคือฟิลิปปินส์

3. เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุน  โดยพัฒนาเทคโนโลยีและระบบซัพพลายเชน ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังซึ่งเป็นธุรกิจหลัก เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มอัตรากำไร  ขณะที่ธุรกิจ HVA (High-Value Application) มุ่งผลิตแป้งและส่วนประกอบอาหารตามความต้องการลูกค้า  

“ภายในปี 2573 ไทยวา จะเป็นหนึ่งในผู้นำด้านอาหารของเอเชีย  โดยพัฒนานวัตกรรมควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน แม้เศรษฐกิจโลกจะผันผวน และต้องบริหารจัดการเรื่องภาษี แต่เราปรับตัวเร็ว มีความยืดหยุ่น พร้อมตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลง   และมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้ผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชีย” นายโฮ เรน ฮวา กล่าวย้ำ

นอกจากนี้ ในปี 2567 ไทยวายังได้รับรางวัลหนึ่งในบริษัทที่น่าทำงานที่สุด จาก HR Asia ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ซึ่งพิสูจน์ถึงความใส่ใจในการดูแลสุขภาวะของพนักงานซึ่งเป็นส่วนสำคัญในความสำเร็จของไทยวาตลอดมา

นางสาวหทัยกานต์ กมลศิริสกุล  ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายกลยุทธ์ ความยั่งยืน นวัตกรรม ไทยวา กรุ๊ป กล่าวว่า ภายในปี 2573 จะขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง เช่น ตะวันออกกลาง ยุโรป เอเชียแปซิฟิก และจีน โดยตั้งเป้าเป็นผู้นำ 1 ใน 3 ของกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักในตลาดเหล่านี้ให้ได้ โดยจะสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมกับลูกค้า ผ่านการพัฒนานวัตกรรมและความร่วมมือต่างๆ  ซึ่งปัจจุบันได้ขยายธุรกิจไปในต่างประเทศ โดยมีสำนักงานขาย การตลาด การจัดจำหน่าย และซัพพลายเชน รวม 10 แห่ง ใน 7 ประเทศ เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้น

โดยธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง ยังคงธุรกิจหลัก สร้างรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง  และได้ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและขั้นตอนการดำเนินงาน  ช่วยเพิ่มสัดส่วนกำไร เช่น ปรับปรุงต้นทุนในส่วนซัพพลายเชน การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต และการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม  

ส่วนโมเดลธุรกิจ HVA มีการจัดการที่ดีตั้งแต่การจัดซื้อวัตถุดิบไปจนถึงการจัดจำหน่าย ซึ่งเครือข่ายการขายและการจัดจำหน่ายอาหาร B2B ไทยวาเป็นหนึ่งในเครือข่ายที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชียแปซิฟิก โดยมีสำนักงานในอินเดีย อินโดนีเซีย และล่าสุดคือฟิลิปปินส์ โดยธุรกิจ HVA และโซลูชันแป้งมันสำปะหลังและส่วนประกอบอาหารที่ออกแบบได้ตามความต้องการของลูกค้า สร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีลูกค้า HVA มากกว่า 100 รายทั่วโลก

รุกตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ Clean-label

ปราศจากกลูเต็น และปลอด GMO

นางสาวพัชรินทร์ วชิระวรกรรม  ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายธุรกิจอาหาร ไทยวา กรุ๊ป เปิดเผยว่า ธุรกิจอาหารเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat) ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักอื่น ๆ ในไทยและเวียดนามมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง  ล่าสุดได้ผนึกกำลังกับ ฟูจิ นิฮอน คอร์ปอเรชัน เสริมความแข็งแกร่งในการขยายไปยังตลาดส่วนผสมอาหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก  ขณะที่ธุรกิจอาหาร ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (High-Value Application หรือ HVA) ในประเทศเวียดนาม และผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat) เติบโตต่อเนื่องในอัตราเลข 2 หลักมาตลอด 5 ปี  

จึงเดินหน้าปรับพอร์ทโฟลิโอ โดยเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์อาหาร และผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่มให้เป็น 2 เท่าภายในปี 2573 โดยเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ยอดขายสูงสุด  ขยายไปยังตลาดใหม่ๆ และเพิ่มสินค้าให้หลากหลาย นอกจากวุ้นเส้น เช่น แผ่นแป้งข้าวเจ้า เส้นมันเทศ วุ้นเส้นสด วุ้นเส้นแห้ง ก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้ (Bean sheet) ผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทานแบบซอง เส้นหมี่สด เส้นหมี่แห้ง เส้นก๋วยเตี๋ยวออร์แกนิก รวมถึงผลิตภัณฑ์พร้อมปรุงและพร้อมรับประทานต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าเป็นผู้เล่นในตลาดอาหารเพื่อสุขภาพมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ในเอเชียแปซิฟิก  ด้วยกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ Clean-label ผลิตภัณฑ์ปราศจากกลูเตน และปลอด GMO เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ

“การปรับพอร์ทโฟลิโอนี้ส่งผลให้ไทยวามี EBITDA และอัตรากำไรสุทธิที่ดีขึ้น จากการเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงและพรีเมียมมากขึ้น” นางสาวพัชรินทร์ กล่าวสรุป