กลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ หรือ LHFG แถลงผลงานปี 2568 กำไรสุทธิ 2,885.8 ล้านบาท โต 41% สินเชื่อโต 12% ปี 2569 เดินหน้าขับเคลื่อน ESG รุกสินเชื่อสีเขียว ดันเป้าสินเชื่อโต 10-12% ชูแอพ LHB You และพันธมิตร CTBC หัวหอกสร้างฐานรายได้ใหม่
นายวรวุฒน์ โตเจริญธนาผล President และหัวหน้ากลุ่มงานการเงินและบัญชี บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG กล่าวถึงผลการดำเนินงานปี 2568 ว่ามีกำไร 2,885.8 ล้านบาท โต 41% มีสินทรัพย์รวม 398,811 ล้านบาท จากการบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ ควบคุมความเสี่ยงอย่างรัดกุม คุม NPL ไม่เกิน 3% ขณะที่สินเชื่อเติบโตถึง 12%
รวมไปถึงการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล จากรางวัลต่างๆ อาทิ หุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ที่ระดับ AA, ESG100 Decade Award, Sustainability Disclosure Recognition , ประกาศเกียรติคุณองค์กรนำร่อง “โครงการส่งเสริมองค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก (CALO)” เป็นต้น
โดยยังคงเดินหน้าเป็นสถาบันการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance) ขับเคลื่อนการให้สินเชื่อตามกรอบการธนาคารแห่งประเทศไทย (Responsible Lending) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินสีเขียว การบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าและสังคมเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน
สำหรับปี 2569 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ 1.8% จากแรงขับเคลื่อนอุปสงค์ในประเทศทั้งการบริโภคภาคเอกชนที่ได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนทางการเงิน
LH Bank ปักหมุดปี 69 ขยายฐาน SME และรายย่อยต่อเนื่อง
นายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank เปิดเผยว่า ธนาคารมีกำไรสุทธิ2,655.1 ล้านบาท โต 32.1% สินเชื่อโต 12.4% เป็นสินเชื่อธุรกิจโต 9% สินเชื่อลูกค้ารายย่อยโต 20% ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่2.4% โดยสามารถขยายฐานลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้น 26% จากความสำเร็จของผลิตภัณฑ์เงินฝากดิจิทัล และการขยายธุรกิจระหว่างประเทศร่วมกับ CTBC Bank ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อธุรกิจระหว่างประเทศโตถึง 52% รายได้ค่าธรรมเนียมจากบริการปริวรรตเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 103.2%
โดยธนาคารได้เปิดให้บริการแพลตฟอร์ม “LHB Biz Connect” สำหรับลูกค้าธุรกิจ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานและยกระดับการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าเข้าถึงบริการทางการเงินที่สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย
ด้านสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน ธนาคารได้อนุมัติในปี 2567 และ 2568 รวมกว่า 7,000 ล้านบาท ผ่านการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan) และสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียวให้แก่ผู้ประกอบการ SME เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
สำหรับทิศทางธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าสินเชื่อโต 10-12% รักษาระดับ NPL ให้ต่ำกว่า 3% โดยขยายพอร์ต SME ด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ออกแบบสำหรับอุตสาหกรรม การสร้างพอร์ตห่วงโซ่อุปทานระดับโลก (FDI) และเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมจาก Trade Finance และ FX การสนับสนุนสินเชื่อ Green Finance การนำ Data Analytics มาเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการด้าน Wealth Management สร้างความมั่งคั่งด้วยบริการให้คำปรึกษาที่เข้าถึงง่ายและโซลูชันการลงทุนที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคล
LH Fund พัฒนาผลิตภัณฑ์ตามเทรนด์โลก
สร้างผลตอบแทนยั่งยืน – AUM โตแกร่ง
นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด หรือ LH Fund กล่าวว่า ปี 2568 บริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) รวม 70,246 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% กองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) มีขนาดกองทุน 13,606 ล้านบาท และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) มีขนาดกองทุน 10,271 ล้านบาท
สำหรับปี 2569 ตั้งเป้าตอบโจทย์นักลงทุนที่ใช้กองทุนรวมกระจายความเสี่ยงและลงทุนระยะยาว ในกลุ่มกองทุนเทคโนโลยีและนวัตกรรม กองทุนด้านความยั่งยืน (ESG) ที่สอดรับกับกระแสการลงทุนระดับโลก กองทุนตราสารหนี้คุณภาพผลตอบแทนสม่ำเสมอในภาวะตลาดผันผวน และตลาดเกิดใหม่ในเอเชียและอินเดียที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
รวมไปถึงการตอกย้ำผู้นำในการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุน โดยออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับเทรนด์การลงทุนระดับโลก ผ่านความร่วมมือกับบริษัทจัดการกองทุนชั้นนำระดับโลก สร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและสม่ำเสมอให้แก่ผู้ลงทุน รวมทั้งพัฒนาแพลตฟอร์มและโครงสร้างการให้บริการรูปแบบใหม่ รองรับการลงทุนแบบ Open Architecture เพิ่มความยืดหยุ่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์จากพันธมิตรที่หลากหลาย สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
LH Securities พลิกกลับมามีกำไรแม้รายได้รวมลด 15%
ปรับเกมรุกขยายบริการเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม
นายกานต์ อรรถธรรมสุนทร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ (LH Securities) กล่าวว่า ปี 2568 ตลาดหุ้นไทยมูลค่าการซื้อขายชะลอตัวจากแรงกดดันหลายด้าน ทั้งมาตรการภาษีสหรัฐฯ ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยสิ้นปีดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปิดที่ระดับ 1,259.67 จุด ลดลง 10.04% ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 มีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 52.8% ขณะที่มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 41,045 ล้านบาท ลดลง 11.8% จากปีก่อน สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เปราะบางตลอดปี
บริษัทจึงปรับตัวโดยขยายบริการอื่นๆ เพื่อสร้างรายได้ค่าธรรมเนียม อาทิ การให้บริการที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisory) การให้บริการลูกค้ากลุ่ม Wealth Management ให้คำแนะนำและหาโซลูชันการลงทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทกลับมามีกำไร แม้ว่ารายได้รวมจะปรับตัวลดลง 15% เมื่อเทียบกับปี 2567
สำหรับปี 2569 ยังคงเน้นการปรับโครงสร้างรายได้ให้มีความหลากหลาย โดยเพิ่มบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น บริการซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Global Trade) เพื่อกระจายการลงทุนสู่ตลาดสากล พัฒนาบริการสำหรับลูกค้ากลุ่ม Wealth Management อย่างครบวงจร เสริมศักยภาพที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisory) เพื่อรองรับความต้องการด้านการระดมทุนและการปรับโครงสร้างทางการเงินที่มีความซับซ้อน และการพัฒนาบทวิเคราะห์การลงทุนที่ครอบคลุมทุกกลุ่มสินทรัพย์ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการสนับสนุนจาก CTBC Bank บริษัทแม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Wealth Management และมีเครือข่ายระดับสากล





